เปิด 20 สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม "ตั้งท้องสั้นที่สุดในโลก" อันดับ 1 แค่ 11 วันก็คลอด!

เปิด 20 สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม "ตั้งท้องสั้นที่สุดในโลก" อันดับ 1 แค่ 11 วันก็คลอด!

เปิด 20 สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม "ตั้งท้องสั้นที่สุดในโลก" อันดับ 1 แค่ 11 วันก็คลอด!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

20 สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใช้เวลาตั้งครรภ์น้อยที่สุดในโลก บางชนิดไม่ถึง 2 สัปดาห์ คลอดเป็นเจ้าตัวจิ๋วน่ารัก!

เมื่อพูดถึงการตั้งท้องของสัตว์ หลายคนอาจนึกถึงช้างที่ต้องอุ้มท้องนานเกือบ 2 ปี หรือมนุษย์ที่ใช้เวลาประมาณ 9 เดือน แต่ในอีกมุมหนึ่งของโลกสัตว์ มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำนวนไม่น้อยที่ใช้เวลาตั้งท้องเพียงไม่กี่สัปดาห์ และบางชนิดคลอดลูกหลังปฏิสนธิไม่ถึง 2 สัปดาห์ด้วยซ้ำ

สัตว์ที่ตั้งท้องสั้นเป็นพิเศษส่วนใหญ่มีขนาดตัวเล็ก หรือเป็นสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้อง ซึ่งจะคลอดลูกออกมาในระยะที่ร่างกายยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ก่อนที่ลูกจะเข้าไปเกาะหัวนมหรือเติบโตต่อภายในกระเป๋าของแม่

รายชื่อต่อไปนี้รวบรวมสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 20 กลุ่มที่มีระยะตั้งท้องสั้น โดยไม่แยกสัตว์ชนิดย่อยในกลุ่มเดียวกันออกเป็นหลายอันดับ เช่น โอพอสซัม แบนดิคูต หรือหนูแต่ละสายพันธุ์ เพื่อให้เห็นความหลากหลายของสัตว์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

หมายเหตุ: การจัดอันดับเป็นการเรียงโดยประมาณ เพราะระยะตั้งท้องอาจแตกต่างกันตามสายพันธุ์ ประชากร สภาพแวดล้อม และวิธีนับของแต่ละแหล่งข้อมูล ช่วงเวลาของบางอันดับจึงอาจทับซ้อนกันได้

ทำไมสัตว์บางชนิดจึงตั้งท้องสั้นมาก?

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมไม่ได้มีรูปแบบการสืบพันธุ์เหมือนกันทั้งหมด สัตว์ที่มีรก เช่น หนู กระต่าย และแฮมสเตอร์ จะให้ตัวอ่อนพัฒนาอยู่ในมดลูกจนถึงระดับหนึ่งก่อนคลอด ส่วนสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้อง เช่น แบนดิคูต โอพอสซัม และจิงโจ้ จะคลอดลูกที่ยังมีขนาดเล็กและพัฒนาไม่เต็มที่ออกมาก่อน

ลูกของสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องจะคลานหรือเคลื่อนตัวไปเกาะหัวนมของแม่ จากนั้นจึงเติบโตต่อภายในกระเป๋าอีกหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน การตั้งท้องในมดลูกจึงสั้นกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีรกอย่างมาก

20 อันดับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ตั้งท้องสั้นที่สุด

  • แบนดิคูต ประมาณ 11-13 วัน

    แบนดิคูตเป็นสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องขนาดเล็กจากออสเตรเลีย และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ตั้งท้องสั้นที่สุดในโลก บางชนิดใช้เวลาตั้งท้องเพียงประมาณ 11 วัน ขณะที่แบนดิคูตจมูกยาวใช้เวลาราว 12.5 วัน

    หลังคลอด ลูกที่มีขนาดเล็กมากจะเข้าไปเกาะหัวนมและเติบโตต่อในกระเป๋าของแม่

  • ดันนาร์ต ประมาณ 12-16 วัน

    ดันนาร์ตเป็นสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องขนาดเล็ก หน้าตาคล้ายหนู แต่เป็นนักล่าที่กินแมลงและสัตว์ขนาดเล็กเป็นอาหาร ดันนาร์ตบางชนิด เช่น ดันนาร์ตธรรมดา ใช้เวลาตั้งท้องประมาณ 12 วัน

    แม้ระยะตั้งท้องจะสั้น แต่ลูกยังต้องอยู่กับแม่และกินนมต่ออีกหลายสัปดาห์ก่อนหย่านม

  • โอพอสซัม ประมาณ 12-15 วัน

    โอพอสซัมเป็นสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องที่พบในทวีปอเมริกา เวอร์จิเนียโอพอสซัมใช้เวลาตั้งท้องเพียงประมาณ 12-13 วัน ก่อนคลอดลูกที่มีขนาดเล็กใกล้เคียงเมล็ดถั่ว

    ลูกโอพอสซัมจะคลานเข้าไปในกระเป๋าและเกาะหัวนมของแม่ทันทีหลังคลอด โดยยังต้องพัฒนาอยู่ในกระเป๋าต่อไปอีกราว 2 เดือน

  • บิลบี ประมาณ 14 วัน

    บิลบีเป็นสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องหูยาวจากออสเตรเลีย บางครั้งถูกเรียกว่า “แบนดิคูตหูกระต่าย” แม้หน้าตาจะคล้ายกระต่าย แต่บิลบีไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับกระต่าย

    บิลบีใช้เวลาตั้งท้องประมาณ 14 วัน และสามารถมีลูกได้หลายครอกต่อปี หากมีอาหารและสภาพแวดล้อมเหมาะสม

  • ชูการ์ไกลเดอร์ ประมาณ 15-17 วัน

    ชูการ์ไกลเดอร์เป็นสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องที่สามารถร่อนจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่งได้ โดยใช้แผ่นหนังที่เชื่อมระหว่างขาหน้ากับขาหลัง

    หลังตั้งท้องราว 15-17 วัน แม่ชูการ์ไกลเดอร์มักคลอดลูก 1-2 ตัว จากนั้นลูกจะเข้าไปอยู่ในกระเป๋าและเกาะหัวนมของแม่ต่ออีกประมาณ 2 เดือน

  • แฮมสเตอร์ ประมาณ 16-22 วัน

    แฮมสเตอร์เป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีรกซึ่งใช้เวลาตั้งท้องสั้นที่สุด โดยแฮมสเตอร์ซีเรียหรือแฮมสเตอร์ทองมักตั้งท้องประมาณ 16-17 วัน ส่วนแฮมสเตอร์ชนิดอื่นอาจใช้เวลานานกว่านั้นเล็กน้อย

    หลังคลอด แม่แฮมสเตอร์ต้องการความสงบ อาหาร น้ำ และวัสดุทำรังอย่างเพียงพอ เพราะความเครียดอาจกระทบต่อการเลี้ยงลูกได้

  • เลมมิง ประมาณ 16-23 วัน

    เลมมิงเป็นสัตว์ฟันแทะขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในพื้นที่หนาวเย็น โดยเฉพาะแถบอาร์กติกและทุนดรา เลมมิงบางชนิดใช้เวลาตั้งท้องเพียงประมาณ 16 วัน และสามารถมีลูกครอกใหม่ได้อย่างรวดเร็วเมื่ออาหารอุดมสมบูรณ์

    ความสามารถในการขยายจำนวนประชากรอย่างรวดเร็วเป็นหนึ่งในเหตุผลที่จำนวนเลมมิงตามธรรมชาติอาจเพิ่มขึ้นและลดลงเป็นรอบ ๆ

  • หนูไมซ์ ประมาณ 19-21 วัน

    หนูไมซ์หรือหนูบ้านเป็นสัตว์ที่ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว หลังผสมพันธุ์ แม่หนูจะตั้งท้องประมาณ 19-21 วัน และสามารถคลอดลูกหลายตัวในครอกเดียว

    ลูกหนูแรกเกิดยังไม่มีขน มองไม่เห็น และต้องอาศัยความอบอุ่นกับน้ำนมจากแม่จนกว่าร่างกายจะพัฒนามากขึ้น

  • หนูผี ประมาณ 18-28 วัน

    หนูผีเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกินแมลง ไม่ใช่สัตว์ฟันแทะ แม้จะมีรูปร่างคล้ายหนูทั่วไปก็ตาม หนูผีส่วนใหญ่มีระบบเผาผลาญสูง ต้องกินอาหารบ่อย และมีวงจรชีวิตค่อนข้างรวดเร็ว

    ระยะตั้งท้องแตกต่างกันตามชนิด โดยหลายชนิดใช้เวลาประมาณ 20 วัน ก่อนคลอดลูกขนาดเล็กที่ยังต้องพึ่งพาแม่

  • โวล ประมาณ 20-23 วัน

    โวลเป็นสัตว์ฟันแทะตัวเล็ก ลำตัวป้อม หางสั้น และมักอาศัยอยู่ตามทุ่งหญ้าหรือพื้นที่ชุ่มน้ำ หลายชนิดตั้งท้องราว 21 วัน และสามารถสืบพันธุ์ได้หลายครั้งในฤดูที่มีอาหารเพียงพอ

    โวลบางชนิดสามารถผสมพันธุ์ใหม่ได้ไม่นานหลังคลอด ทำให้ประชากรเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาสั้น ๆ

  • หนูแรต ประมาณ 21-23 วัน

    หนูแรตมีขนาดใหญ่กว่าหนูไมซ์ และใช้เวลาตั้งท้องนานกว่าเล็กน้อย โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 21-23 วัน ลูกหนูแรกเกิดยังไม่สามารถมองเห็นหรือช่วยเหลือตัวเองได้

    แม่หนูสามารถกลับเข้าสู่วงจรสืบพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้หนูแรตเป็นสัตว์ที่เพิ่มจำนวนประชากรได้ดีเมื่อมีอาหารและที่อยู่อาศัยเหมาะสม

  • เจอร์บิล ประมาณ 24-26 วัน

    เจอร์บิลเป็นสัตว์ฟันแทะที่ปรับตัวเข้ากับพื้นที่แห้งแล้งได้ดี ตัวเมียที่ไม่ได้อยู่ในช่วงให้นมมักตั้งท้องประมาณ 24-26 วัน

    อย่างไรก็ตาม หากผสมพันธุ์ในช่วงที่ยังให้นมลูกครอกก่อน การฝังตัวของตัวอ่อนอาจล่าช้า ทำให้ระยะตั้งท้องยาวขึ้นได้ถึงประมาณ 48 วัน

  • วอลลาบี ประมาณ 26-30 วัน

    วอลลาบีเป็นญาติขนาดเล็กของจิงโจ้ โดยวอลลาบีบางชนิด เช่น ทัมมาร์วอลลาบี ใช้เวลาตั้งท้องประมาณ 26-29 วัน

    สัตว์กลุ่มนี้สามารถชะลอการพัฒนาของตัวอ่อนในมดลูก หรือที่เรียกว่า embryonic diapause ได้ในบางสถานการณ์ ทำให้ช่วงเวลาระหว่างการผสมพันธุ์และการคลอดอาจซับซ้อนกว่าการนับระยะตั้งท้องตามปกติ

  • ควอกกา ประมาณ 27 วัน

    ควอกกาเป็นสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องขนาดเล็กจากออสเตรเลีย มีชื่อเสียงจากใบหน้าที่ดูคล้ายกำลังยิ้ม ตัวเมียใช้เวลาตั้งท้องประมาณ 27 วัน และมักคลอดลูกครั้งละหนึ่งตัว

    หลังคลอด ลูกควอกกาจะเข้าไปเติบโตต่อในกระเป๋าของแม่ เช่นเดียวกับจิงโจ้และวอลลาบี

  • กระต่าย ประมาณ 28-31 วัน

    กระต่ายเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว โดยทั่วไปใช้เวลาตั้งท้องประมาณหนึ่งเดือน ก่อนคลอดลูกหลายตัวในครอกเดียว

    ลูกกระต่ายแรกเกิดมักยังไม่มีขนและลืมตาไม่ได้ จึงต้องอาศัยรังที่อบอุ่นและการเลี้ยงดูจากแม่ในช่วงแรกของชีวิต

  • มัสแครต ประมาณ 29-30 วัน

    มัสแครตเป็นสัตว์ฟันแทะกึ่งน้ำที่พบตามหนอง บึง และลำธารในอเมริกาเหนือ ลักษณะคล้ายหนูขนาดใหญ่และมีหางแบนด้านข้างสำหรับช่วยว่ายน้ำ

    มัสแครตใช้เวลาตั้งท้องประมาณ 29-30 วัน และอาจมีลูกหลายครอกในหนึ่งปี โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีอากาศอบอุ่น

  • วูดชัก ประมาณ 31-32 วัน

    วูดชักหรือกราวด์ฮอกเป็นสัตว์ฟันแทะในกลุ่มมาร์มอต พบมากในอเมริกาเหนือ แม้จะมีขนาดใหญ่กว่าหนูทั่วไป แต่ระยะตั้งท้องยังค่อนข้างสั้นเพียงประมาณหนึ่งเดือน

    แม่วูดชักมักคลอดลูกภายในโพรงใต้ดิน ซึ่งช่วยป้องกันลูกอ่อนจากอากาศหนาวและสัตว์นักล่า

  • จิงโจ้ ประมาณ 30-36 วัน

    จิงโจ้แดงใช้เวลาตั้งท้องประมาณ 33 วัน ก่อนคลอดลูกที่มีขนาดเล็กมาก ลูกจิงโจ้จะเคลื่อนตัวจากช่องคลอดไปยังกระเป๋าหน้าท้อง และเกาะหัวนมเพื่อพัฒนาร่างกายต่อไป

    แม้ระยะตั้งท้องในมดลูกจะสั้น แต่ลูกจิงโจ้ต้องอยู่ในกระเป๋าของแม่เป็นเวลาหลายเดือนก่อนจะสามารถออกมาใช้ชีวิตภายนอกได้

  • โคอาลา ประมาณ 33-35 วัน

    โคอาลาเป็นสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องอีกชนิดที่ตั้งท้องเพียงประมาณหนึ่งเดือน หลังคลอด ลูกโคอาลาที่มีขนาดเล็กและยังไม่มีขนจะเข้าไปอยู่ในกระเป๋าของแม่

    ลูกจะใช้เวลาหลายเดือนในการพัฒนาร่างกายภายในกระเป๋า ก่อนเริ่มออกมาเกาะหลังหรือท้องของแม่ในช่วงที่โตขึ้น

  • กระต่ายป่าเฮร์ ประมาณ 36-50 วัน

    แม้เฮร์จะมีรูปร่างคล้ายกระต่าย แต่เป็นสัตว์คนละกลุ่ม และมีรูปแบบการคลอดแตกต่างกันอย่างชัดเจน เฮร์หลายชนิดใช้เวลาตั้งท้องนานกว่ากระต่ายบ้าน โดยมีช่วงประมาณ 36-50 วัน

    ลูกเฮร์มักเกิดมาพร้อมขน ลืมตาได้ และเคลื่อนไหวได้เร็วกว่าลูกกระต่าย ซึ่งเป็นผลจากการที่ตัวอ่อนใช้เวลาพัฒนาในมดลูกนานกว่า

ตั้งท้องสั้น ไม่ได้หมายความว่าลูกเติบโตเร็วเสมอไป

เมื่อพิจารณารายชื่อทั้งหมด จะเห็นว่าสัตว์ที่ตั้งท้องสั้นที่สุดจำนวนมากเป็นสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้อง แม้แม่จะอุ้มท้องเพียงไม่กี่วัน แต่ลูกยังต้องใช้เวลาอีกนานในการพัฒนาร่างกายภายในกระเป๋าหรือเกาะอยู่กับหัวนม

ตัวอย่างเช่น โอพอสซัมตั้งท้องเพียงประมาณ 12-13 วัน แต่ลูกยังต้องอยู่ในกระเป๋าของแม่ต่ออีกราว 2 เดือน ขณะที่ลูกจิงโจ้ต้องใช้เวลาหลายเดือนในกระเป๋ากว่าจะออกมาใช้ชีวิตภายนอกได้อย่างมั่นคง

ดังนั้น หากนับตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงวันที่ลูกสามารถใช้ชีวิตแยกจากแม่ได้ ระยะเวลาการเลี้ยงดูโดยรวมอาจไม่ได้สั้นกว่าสัตว์อื่นมากนัก เพียงแต่ช่วงการพัฒนาส่วนใหญ่ย้ายจากภายในมดลูกมาเกิดขึ้นภายนอกมดลูกแทน

สัตว์ที่มีรกตั้งท้องสั้นได้อย่างไร?

สำหรับสัตว์ที่มีรกอย่างหนู แฮมสเตอร์ และกระต่าย การตั้งท้องที่สั้นสัมพันธ์กับขนาดตัว วงจรชีวิต และรูปแบบการคลอด ลูกของสัตว์เหล่านี้จำนวนมากเกิดมาในสภาพที่ยังพึ่งพาแม่สูง เช่น ไม่มีขน ลืมตาไม่ได้ และควบคุมอุณหภูมิร่างกายได้ไม่ดี

การคลอดลูกที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ช่วยลดระยะเวลาที่แม่ต้องอุ้มท้อง แต่แลกมาด้วยการที่แม่ต้องลงทุนเลี้ยงดู ให้ความอบอุ่น และให้นมลูกอย่างใกล้ชิดหลังคลอด

เหตุใดระยะตั้งท้องของสัตว์ชนิดเดียวกันจึงไม่เท่ากันทุกครั้ง?

ระยะตั้งท้องที่รายงานมักเป็นค่าเฉลี่ยหรือช่วงเวลา ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว ปัจจัยที่ทำให้ตัวเลขแตกต่างกันได้ ได้แก่ สายพันธุ์ อายุและสุขภาพของแม่ อุณหภูมิ สภาพแวดล้อม ปริมาณอาหาร จำนวนลูกในครอก และวิธีที่นักวิจัยใช้กำหนดวันเริ่มต้นของการตั้งท้อง

สัตว์บางชนิดยังสามารถชะลอการฝังตัวหรือหยุดการพัฒนาของตัวอ่อนชั่วคราวได้ หากแม่กำลังให้นมลูกครอกก่อน หรือสภาพแวดล้อมยังไม่เหมาะกับการคลอด กลไกนี้ทำให้ช่วงเวลาตั้งแต่ผสมพันธุ์จนถึงคลอดอาจยาวกว่าระยะที่ตัวอ่อนพัฒนาจริง

บทสรุป สัตว์ที่ตั้งท้องสั้นที่สุดคืออะไร?

แบนดิคูตได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ตั้งท้องสั้นที่สุด โดยบางชนิดใช้เวลาเพียงประมาณ 11-13 วัน ตามมาด้วยดันนาร์ต โอพอสซัม บิลบี และสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องขนาดเล็กอีกหลายชนิด

ส่วนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีรก แฮมสเตอร์ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ตั้งท้องสั้นที่สุด โดยใช้เวลาประมาณ 16-22 วัน ขณะที่หนูไมซ์ หนูแรต โวล และสัตว์ฟันแทะขนาดเล็กชนิดอื่นใช้เวลาราว 3-4 สัปดาห์

สิ่งที่น่าสนใจคือ ระยะตั้งท้องที่สั้นไม่ได้หมายความว่าลูกจะเกิดมาพร้อมใช้ชีวิตได้ทันที ในทางกลับกัน สัตว์เหล่านี้จำนวนมากคลอดลูกที่ยังบอบบางและต้องพึ่งพาแม่อย่างมาก สะท้อนให้เห็นว่า ธรรมชาติไม่ได้มีเพียงวิธีเดียวในการสร้างชีวิตใหม่ แต่แต่ละสายพันธุ์ต่างพัฒนากลยุทธ์ที่เหมาะสมกับร่างกาย ถิ่นอาศัย และโอกาสในการอยู่รอดของตัวเอง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล